รู้จัก Power Bank แบตสำรอง กันก่อนตัดสินใจซื้อ

รู้จัก Power Bank แบตสำรอง กันก่อนตัดสินใจซื้อ

Power Bank หรือ แบตสำรอง หลายๆคนคงรู้จักเจ้าอุปกรณ์ ตัวนี้กันแล้ว และหลายๆคนก็มีเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ใช้กันในเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ยังมีอีกหลายๆคนที่ ยังไม่เคยรู้จักเจ้า “Power Bank” หรือ  ”แบตสำรอง” มาก่อน วันนี้ผมจะแนะนำให้คุณรู้จัก เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ กันอีกสักรอบ เจ้า Power Bank ที่อาจมีหลายท่านบัญญัติ นามที่แตกต่างให้มัน กันอย่างมากมาย อาทิเช่น ในภาษาอังกฤษ อาจจะมีคำว่า Power Booster ,External Battery , Back up Battery  หรือใน ภาษาไทย ถูกขนานนามว่า แบตสำรอง ,แบตเตอรี่สำรอง,ที่ชาร์จสำรองพกพา แต่ ไม่ว่าจะถูกเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ เจ้า อุปกรณ์ตัวนี้ มันก็คือ อุปกรณ์ อิเลคทรอนิกส์ตัวหนึ่ง ที่บรรจุก้อนพลังงานในรูปแบบที่เรียกว่าแบตเตอรี่ ใช้เก็บกักพลังงานไฟฟ้า และปล่อยพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อื่นๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ กล้อง เป็นต้น ซึ่งจริงๆแล้วนั้นเจ้า Power Bank ก็ไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีใหม่อะไรแต่อย่างใด แต่ในปัจจุบันนั้น ในยุคของเทคโนโลยีของการติดต่อสื่อสาร ในยุคของโลกออนไลน์  ทำให้ เจ้าแบตสำรอง นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก  คงจะสงสัยกันใช่มั้ยละครับ ว่า แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร ผมขออธิบายอย่างนี้ครับ

ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ ของเรา ที่เคยทำได้แค่ รับสาย โทรออก หรือส่ง SMS เท่านั้น มันถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นยุคของ Smart Phone ซึ่งไม่เพียงแต่ รับสายหรือ โทรออก แต่ยังสามารถ เสิร์ซ หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต Chat กันแบบ Real time คุยสายกันแบบเห็นหน้า หรือแม้กระทั่ง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม จากที่เมื่อก่อน โทรศัพท์มือถือของเรา เคยใช้งานได้ 2-7 วัน อาจเหลือเพียง  1 วัน หรือครึ่งวัน เท่านั้น ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าเราต้องอยู่ข้างนอก ยังกลับไม่ถึงบ้าน และไม่สามารถหาปลั๊กไฟชาร์จแบตได้ Smart Phone ของคุณ ที่เคยมีประโยชน์สารพัด ก็เหมือนอุปกรณ์ ไร้ค้าตัวหนึ่งที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้กระทั่งรับสาย และถ้าคนที่เป็นห่วงคุณกำลังพยายามติดต่อคุณในช่วงที่มือถือของคุณแบตหมดล่ะ เขาจะยิ่งเป็นกังวลมากแค่ไหน แต่ถ้าหากคุณมีอุปกรณ์ที่พกพาไปกับคุณเติมไฟให้คุณได้ทุกที่ จะดีแค่ไหน  และนี่ละครับ คือเหตุผล ที่ทำให้ เจ้า แบตสำรอง เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จำเป็นมาก ในยุคนี้

หน้าตาของเจ้า Power Bank หรือ แบตสำรอง

power bank bll 13000

แบตสำรอง mipow power cube 5200L

power bank HOPO 5200 Model H6

 

คงมีหลายๆคนสงสัยและตั้งคำถามว่า ทำไมผู้พัฒนา โทรศัพท์ Smart Phone ไม่ ใส่แบตเตอรี่ความจุสูงๆ  หรือหาเซลล์แบตเตอรี่ แบบใหม่ๆที่ทำให้สามารถใช้ ได้นานๆ คำตอบที่เป็นเหตุผลง่าย ที่ทางผมพอจะมีให้ก็คือ ลองนึกดูนะครับ หากว่า Smart Phone ของคุณใส่แบตความจุสูง นั่นหมายความว่า ขนาดของแบตก็ต้องใหญ่ แล้ว มือถือของคุณจะใหญ่และหนักแค่ไหน และยิ่ง ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ ยิ่งพัฒนาออกมาให้ มีความบาง แต่ในขนาดเดียวกันก็ทำจอแสดงผลให้ใหญ่ขึ้น ทำให้แม้ว่า แบตอาจจะมีความจุสูงขึ้น แต่จอภาพก็ใช้พลังงานมากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้น ก็ยังคงทำให้ มือถือของเราแบตหมดไว อยู่ดี ส่วนเรื่อง เทคโนโลยีใหม่ๆของแบตเตอรี่ ผมเชื่อว่า น่าจะมีคนคิดค้นได้แล้ว แต่เพียงแต่ว่าถ้านำมาใช้ในวงการ มือถือ อาจยังคงติดที่ต้นทุนการผลิต ซึ่งทำให้ ราคามือถือในตลาด สูงขึ้นอยู่ดี  ก็คงต้องรอกันไปก่อนนะครับ เราพกแบตสำรองไว้ใช้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในปัจจุบันนี้

จากที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะรู้จัก เจ้า Power Bank หรือแบตสำรองกันมากขึ้นแล้ว ต่อไปผมจะข้อนำเสนอเพิ่มเติมในส่วนของ ชนิดของเซล์ลแบตเตอรี่ของ Power Bank หรือ แบตสำรอง และวิธีการเลือกซื้อ Power Bank

สิ่งที่ควรทราบเบื้องต้น ในการเลือกซื้อ Power Bank ,แบตสำรอง

สิ่งที่ควรทราบเบื้องต้น ในการเลือกซื้อ Power Bank ,แบตสำรอง

ปัจจุบันแบตสำรองในท้องตลาดมีมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งราคาถูก ราคาแพง เป็นแทงกลม สี่เหลี่ยม ขนาดเล็ก-ใหญ่แตกต่างกันไป แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อแบตสำรอง ว่าจะเลือกซื้ออย่างไร ให้ได้แบตสำรองที่ดี มีคุณภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่เราต้องเสียไปมากที่สุด โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณามีดังนี้

 

 

 1. Spec ของ Power Bank ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง

1.1   Capacity (ความจุ ของ แบตสำรอง ) อธิบายง่ายก็คือ ปริมาณ การใช้งานมากน้อย ที่ แบตสำรอง 1 ก้อน สามารถปล่อยพลังงานไฟ ไปสู่อุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งหน่วย ของ ความจุแบตสำรอง คือ mAh หรืออ่านว่ามิลลิแอมป์ ซึ่งตัวเลข mAh ยิ่งมาก เท่ากับ ว่าสามารถปล่อยพลังงานให้มาก หรือ ว่านาน กว่าตัวเลขที่น้อย

1.2   Output คือ ปริมาณกระแสไฟที่ปล่อยออกจาก แบตสำรองสู่อุปกรณ์อื่น ซึ่ง มีหน่วยเป็น A. (แอมป์แปร์)หรือเรียกสั้นว่า แอมป์ ซึ่งตัวเลข Output จะทำให้เราทราบถึงระยะเวลาในการชาร์จ อุปกรณ์อื่นๆ อาทิ Smart Phone และ Tablet ซึ่งโดยปกติ Smart Phone ส่วนใหญ่จะรองรับกระแสสูงสุดที่ 1A.  และ Tablet จะอยู่ที่ 2A.,2.1 A ยกตัวอย่าง ถ้าเราต้องการชาร์จ iPhone 5 ซึ่งมีความจุอยู่ที่ 1,440 mAh และรองรับกระแสสูงสุดที่ 1A.ชาร์จ ด้วยแบตเตอรี่สำรองที่ มี Output 1.A จะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 1.5-2 ชม. เป็นตัว โดย Output 1 A. นั้นหมายถึงการปล่อยไฟออกมาให้ อุปกรณ์ อื่นๆ 1A. หรือ1,000mA ต่อ 1 ชม.(60 นาที) จากที่กล่าวมาหาก iPhone 5 มีความจุอยู่ 1440 mAh

ก็เท่ากับว่า                 ( 1,440 x 60 )/ 1000 = 86.4 นาที หรือ ประมาณ 1ชม. กับอีก 36.4 นาที

ทั้งนี่ตัวเลขที่คำนวณนั้นก็เป็นตัวเลขคราวๆยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขดังกล่าวผิดเพี้ยนไปเช่น

คุณภาพของแบตสำรอง ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจเขียนบอก Spec ดังกล่าวจริงแต่ในการใช้งานจริง อาจไม่ได้เป็นดังนั้น ก็ขอทุกท่านเข้าใจหลักการคำนวณนี้คราวๆ ไว้เป็นความรู้และประกอบกับการตัดสินใจซื้อ

1.3   Input คือปริมาณ กระแสไฟที่แบตสำรองรับได้ในการชาร์จไฟ ตัวเอง ซึ่งมีหน่วยเป็น A .เช่นเดียวกับ Output ซึ่งตัวเลข Input ของ Power Bank หรือ แบตสำรอง นั้น จะทำให้เราทราบถึง ระยะเวลาในการชาร์จเก็บประจุของเจ้า แบตสำรอง ซึ่งวิธีการคำนวณนั้น ก็ใช้หลักการเดียวกับ Output เพียงแต่สิ่งที่เราอยากทราบจะเป็นแบตสำรองแทน อุปกรณ์อื่นๆ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้ตัวเลขที่ได้จากการคำนวณผิดเพี้ยนไป นั้นก็คือ

  1. ความเป็นจริงกับตัวเลข Spec ที่ชี้แจงของแบตสำรองแต่ละยี่ห้อ มีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด
  2. คุณภาพของ Adapter และสายที่นำมาชาร์จแบตสำรอง

1.4    แรงดันไฟ แบตสำรองที่ใช้กับโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตมีแรงดันไฟอยู่ที่ 5 โวลต์ หรือ 5V เท่านั้น หากน้อยหรือมากกว่า จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทั้ง ส่วนใหญ่แรงดันและกระแสไฟจะระบุไว้คู่กัน ที่ด้านหลังกล่องของสินค้าเช่น 5V/1A หรือ 5V/2.1A

 

 

ข้อควรรู้

–          หากนำแบตสำรองที่ปล่อยไฟ 2.1A ไปชาร์จกับโทรศัพท์ที่ต้องการกระแสแค่ 1A จะเกิดความเสียหายหรือไม่?

ตอบ : ไม่เกิดความเสียหาย หากโทรศัพท์ของคุณมีวงจรตัดกระแสไฟเกิน (โทรศัพท์ที่มีมาตรฐานการผลิตทุกรุ่นเช่น iPhone , Samsung , Sony ,Oppo, Huawei, HTC,ฯลฯ จะมีวงจรตัดกระแสไฟเกินที่ตัวเครื่อง)

–          หากนำแบตสำรองที่ปล่อยไฟ 1A ไปชาร์จกับแท็บเล็ต จะชาร์จได้หรือไม่?

ตอบ : ชาร์จได้ และไม่เกิดความเสียหายใดๆ แต่จะใช้เวลานานกว่าปกติ

 

  1. ความปลอดภัย

แน่นอนว่าใครที่ใช้แบตสำรอง ก็คงไม่อยากให้เกิดการระเบิดอย่างที่เป็นข่าว ทั้งนี้แบตสำรองที่เกิดการระเบิดนั้น ล้วนเป็นแบตสำรองคุณภาพต่ำ ราคาถูกๆ ไม่มีการรับประกันจากองค์กรใดๆทั้งสิ้น และถ้าหากคุณไม่อยาก”เสี่ยง” โปรดอ่านและพิจารณาสิ่งดังต่อไปนี้

1.1 วงจรป้องกัน

หากแบตเตอรี่ไม่มีวงจรป้องกัน หรือวงจรป้องกันอิเลกทรอนิกส์เกิดเสียหาย ต่อวงจรค้างไว้ตลอดเวลา แบตเตอรี่จะยังทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่มีการป้องกันใดๆ เลย ถ้าผู้ใช้ ใช้ชาร์จเจอร์ราคาถูกๆ ซึ่งโยนความรับผิดชอบการตัดชาร์จด้วยวงจรป้องกันในแบตเตอรี่ หรือชาร์จเจอร์มีปัญหาไม่ตัดชาร์จ จะทำให้การชาร์จจะเกินระดับปลอดภัย เซลจะบวมด้วยก๊าซที่เกิดภายใน เซลอาจจะแตกระเบิดออกพร้อมกับเปลวไฟลุกท่วม ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็จะเกิดเหมือนกันในกรณีที่เซลล์ลัดวงจรด้วย

อันตรายจะใกล้ตัวผู้ใช้มาก ถ้าหากผู้ใช้ไปซื้อแบตเตอรี่ลิเธียมราคาถูกๆ ที่อาจจะไม่มีวงจรป้องกันภายใน และการประกอบอย่างไม่มีมาตรฐานมาใช้งาน ซึ่งเมื่อทำตก ถูกกระแทก ขั้วต่อไฟฟ้าภายในอาจจะลัดวงจรกันเองโดยไม่ผ่านวงจรป้องกัน และระเบิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

1.2    องค์กรที่รับรองคุณภาพ มาตรฐานการผลิตต่างๆ เช่น FCC CE PSE RoHS ISO มอก, Apple lnc.

 

waranty

 

FCC : องค์กรนี้เป็นตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ที่วางระเบียบให้แก่อุปกรณ์ประเภทวิทยุ โทรทัศน์ ผู้ให้บริการการสื่อสารระหว่างรัฐ  อุปกรณ์ต่างๆต้องได้รับการรับรองจาก FCC ก่อนที่จะนำไปขายในสหรัฐฯ

CE :เป็นเครื่องหมายที่แสดงการรับรองจากผู้ผลิต  ว่าสินค้านั้น มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป การมีเครื่องหมาย CE กำกับบนสินค้าจะทำให้สินค้านั้นสามารถวางจำหน่าย และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในเขตเศรษฐกิจยุโรป

PSE  : เป็นกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยการควบคุมระบบไฟฟ้า เครื่องไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับ ความรับผิดชอบว่าผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการตรวจสอบ และทดสอบ

RoHS : คือ เครื่องหมายแสดงถึงมาตรฐานเผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ISO : องค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานสากล

มอก. Tisi : หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมในเมืองไทย ถึงแม้ว่ากฎหมายในเมืองไทย ยังไม่ถึงขั้นบังคับให้ต้องมีหรือต้องตรวจสอบมาตรฐาน จาก มอก. แต่หาก แบตสำรอง ยี่ห้อใดได้รับการการันตีจาก มอก. ก็ทำให้เชื่อมั่นได้อีกระดับหนึ่งกันเลยทีเดียวถึงความปลอดภัย

Apple Inc. หรือ Apple license: คือเครื่องหมายที่ออกโดยบริษัท Apple ที่รับรองอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จะมาใช้กับเครื่อง iPhone, iPod, iPad ว่ามีความปลอดภัยต่ออุปกรณ์ของเขาแค่ไหน ซึ่งถ้าหาก Power Bank ยี่ห้อใดมีเครื่องหมายนี้ ก็เท่ากับว่าจะใช้งานกับอุปกรณ์ที่เป็นของ Apple ได้อย่างหายกังวลใจปลอดภัยกับอุปกรณ์

เครื่องหมายต่างๆเหล่านี้ จะมีชัดเจนอยู่ที่กล่อง หรือแพคเกจของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งการที่จะได้รับเครื่องหมายรับรองนั้นก็ไม่ง่าย โดยผู้ผลิตถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยต่างๆ

 

 

1.3 ชนิดของเซลล์แบตเตอรี่ ก็มีผลเช่นกัน

หากคุณเลือกใช้ Lithium Polymer โอกาสการระเบิดจะเท่ากับ 0.001% หรือแทบจะไม่มีโอกาส เนื่องจากแบต Lithium Polymer นั้น ภายในจะถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติก ซึ่งหากมีการ”บวม”ของแบตเตอรี่ พลาสติกห่อหุ้มก็จะฉีกขาดออก ไม่เกิดแรงอัดที่จะทำให้ระเบิด และไม่เป็นอัตรายต่อผู้ใช้งาน

 

 

 

  1. ชนิดของเซลล์แบตเตอรี่

จากข้อมูลเรื่องวิวัฒนาการของแบตเตอรี่นั้น ทำให้เราได้รู้แล้วว่า Lithium Polymer นั้น เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด มีคุณภาพสูงที่สุด แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของแต่ละคนอีกด้วย เพราะเสียเพียงอย่างเดียวของ Lithium Polymer ก็คือ ราคายังค่อนข้างสูง เช่นกัน

 

ชนิดของเซลล์แบตเตอรี่ ที่ใช้ทำ Power Bank, แบตสำรอง

เท่าที่เห็นในท้องตลาดปัจจุบันนั้น  จะใช้นิยมใช้เซลล์แบตเตอรี่อยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ 1.Li-ion 2. Li-Polymer

  1. Lithium-ionหรือ Li-ion  เป็นแบตเตอรี่ที่ผลิตจากโลหะลิเธียมมา ในระยะแรกของการวิจัย พบปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งแบตชนิดนี้ไวต่อปฏิกิริยาเคมีมากๆ (ระเบิด) โดยเฉพาะในขณะชาร์จไฟ ต่อมาจึงได้เปลี่ยนจากการใช้ลิเธียมในรูปของโลหะ มาเป็นรูปของไอออน แทน ซึ่งมีความปลอดภัยกว่า และจำเป็นต้องมีวงจรป้องกันประกอบอยู่ในแพคแบตเตอรี่ เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานอยู่ในช่วงที่ปลอดภัย วงจรป้องกันจะจำกัดแรงดันสูงสุดของเซลขณะชาร์จ รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการใช้งานจนแรงดันต่ำลงจนเกินไป และป้องกันการลัดวงจร ส่วนใหญ่นั้นตลาดจะใช้เซลล์ ชนิดนี้อาจเนื่องด้วย เป็นเซลล์แบตเตอรี่ ที่มีผลิตเป็นก้อนมาตรฐานในหลายความจุอยู่แล้ว และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า รูปร่างลักษณะของเซลล์ ชนิด Li-ion ที่นำมาผลิตเป็น  Power Bankจะเป็นแท่งทรงกระบอก คล้ายถ่ายไฟฉาย AA ที่เรารู้จักกันดี เพียงแต่อาจมีขนาดความจุที่สูงกว่าถ่าน AA

powerbank2 powerbank4 powerbank5

 

  1. Lithium Polymerหรือ Li-poly เป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนามาจาก Li-ion บางครั้งจึงเรียกว่า Li-ion Polymer น้ำหนักเบา สามารถดัดแปลงเป็นรูปแบบต่างๆ หรือทำให้แบนๆได้มาก โดยแบตที่บางที่สุดก็ทำจาก Li-poly เช่นกัน และยังมีพลังงานต่อน้ำหนักสูงกว่าทำให้ใช้งานได้นานกว่าที่ขนาดเท่ากันอีกด้วย ซึ่ง เจ้าแห่งนวัตกรรม อย่าง บริษัท Apple ก็ใช้ เซลล์แบตเตอรี่ชนิดนี้ในผลิตภัณฑ์ของเขาเช่นกัน อาทิเช่น iPhone ,iPad

 

powerbank6

 

 ข้อเปรียบเทียบ ระหว่าง Li-ion กับ Li-polymer
 ข้อเปรียบเทียบ Li-ion Li-polymer
1 ราคา ถูกกว่า สูงกว่า
2 น้ำหนัก หนักกว่า เบากว่า
3 ความบาง เป็นทรงกระบอกมาตรฐาน ทำได้บางกว่า หลากหลายรูปแบบ
4 การเก็บประจุไฟ ส่วนใหญ่ความจุน้อยกว่าที่ระบุจริง และคลายประจุมากกว่าเมื่อไม่ใช้งาน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของ Li-ion แต่ละยี่ห้อ ความจุใกล้เคียงกับตัวเลขที่ระบุจริง และคลายประจุน้อยกว่าเมื่อไม่ใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ มาตรฐานของ Li-polymer แต่ละยี่ห้อ
5 ความปลอดภัย ถ้ามีความร้อนสะสมมีโอกาสระเบิดได้ง่ายกว่า ไม่ค่อยสะสมความร้อน โอกาสระเบิดน้อยมาก
6 การจ่ายไฟ Li-Polymer มีการจ่ายไฟที่ดีและสม่ำเสมอกว่า Li-ion

 

 

%d bloggers like this: